ถ่ายวิดีโอมาภาพสวย แต่พอเอาลงคอมพิวเตอร์ เสียงพังจนแทบอยากจะลบทิ้ง ปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ครีเอเตอร์หลายคนมองข้าม เพราะมัวแต่ไปโฟกัสที่กล้องและเลนส์ จนลืมไปว่า คุณภาพเสียง คือกุญแจสำคัญที่ทำให้คนดูอยู่กับเราจนจบคลิป
แต่พอกะจะซื้อไมค์ดีๆ สักตัว ก็ดันเจอกับศัพท์เทคนิคชวนงงเต็มไปหมด จะซื้อตามรีวิวก็กลัวจะไม่เข้ากับการใช้งานของเรา วันนี้เราจะพามาถอดรหัสสเปกไมค์แบบเจาะลึกแต่ย่อยให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเลือกไมค์ ไวเลสได้ตรงใจ จบในรอบเดียว ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อน
ก่อนเลือกซื้อ เจาะ 7 สเปกลลับไมค์ไวเลสที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้
ก่อนจะไปดูรุ่น เรามาปูพื้นฐานกันก่อน เพื่อให้คุณอ่านสเปกหลังกล่องได้ขาด ไม่โดนการตลาดหลอก
1. Sensitivity ความไวเสียง
อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเลขยิ่งเยอะยิ่งดี สำหรับไมค์ Lavalier ค่ามาตรฐานที่แนะนำคือช่วง -42 ถึง -38dB สำหรับสถานที่ในร่มที่เงียบ และประมาณ -45dB สำหรับสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ซึ่งเป็นจุดที่รับเสียงพูดได้ชัดพอดีโดยที่เสียงไม่พีคจนแตก จำง่ายๆ ว่ายิ่งตัวเลขติดลบน้อย แสดงว่าไมค์ตัวนั้นยิ่งไวต่อเสียง
2. SNR และ Equivalent Noise Level ความเคลียร์ของเสียง
ถ้าไม่อยากให้มีเสียงซ่าๆ กวนใจในวิดีโอ ต้องดูที่ค่า SNR ยิ่งสูงยิ่งดี ควรอยู่ที่ 70dB ขึ้นไป ส่วนค่า Noise Level ยิ่งต่ำยิ่งดี เพื่อให้ได้เนื้อเสียงที่คลีนที่สุด
3. Frequency Response ย่านเสียง
กราฟเสียงที่ดีไม่ใช่แค่กว้าง แต่ช่วง Mid-range หรือความถี่ 1–4kHz ต้องชัด ไม่จม เพราะนี่คือย่านเสียงพูดของมนุษย์ ถ้ากราฟช่วงนี้ดี เสียงพูดของเราจะฟังรู้เรื่องและมีเสน่ห์
4. Polar Pattern รูปแบบการรับเสียง
ส่วนใหญ่เราจะเจอแบบ Omnidirectional คือรับเสียงรอบทิศทาง 360 องศา ข้อดีคือขยับหัวไปมาเสียงก็ไม่หาย เหมาะกับงาน Vlog และสัมภาษณ์ แต่ถ้าอยู่ในที่เสียงดังมากๆ อาจจะต้องพิจารณาแบบ Cardioid ที่รับเสียงแค่ด้านหน้า
5. Wireless Tech ระยะและความหน่วง
เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับสายไร้สาย ค่า Latency หรือความหน่วง ต้องต่ำกว่า 20ms เพื่อให้ปากตรงกับเสียง แบบที่เรียกว่า Lip-sync ไม่ดีเลย์
6. Sample Rate และ Bit Depth
มาตรฐานวิดีโอคือ 48kHz 24-bit ถ้าต่ำกว่านี้คุณภาพเสียงอาจจะดรอปเวลาเอาไปตัดต่อ
7. AI Noise Reduction
เทคโนโลยียุคใหม่ที่ใช้ AI หรือ DNNs เข้ามาช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวน ซึ่งดีกว่าการตัดเสียงแบบเก่าที่มักจะทำให้เสียงพูดของเราบี้แบนเหมือนอยู่ใต้น้ำ
Scenario 1 สาย Vlog และ Travel เน้นคล่องตัว ถ่ายคนเดียว
สำหรับสายท่องเที่ยว เดินถ่าย หรือ Vlog ชีวิตประจำวัน โจทย์ของคุณคือความคล่องตัวและต้องสู้กับเสียงลมได้
สเปกที่ ต้องมี
- Portability ขนาดต้องเล็ก น้ำหนักเบา คลิปหนีบต้องแน่น วิ่งแล้วไม่หลุด
- Wind Noise Resistance ต้องมีขนแมว Deadcat และระบบตัดเสียงลมที่ดี เพราะเราควบคุมลมธรรมชาติไม่ได้
- AI Noise Reduction ฟีเจอร์นี้สำคัญมากเวลาเดินริมถนนหรือในคาเฟ่ที่คนเยอะๆ AI จะช่วยดึงเสียงพูดเราให้เด่นขึ้นมาทันที
คำแนะนำ มองหารุ่นที่มีขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย เปิดปุ๊บติดปั๊บ ไม่ต้องจูนคลื่นให้วุ่นวาย
Scenario 2 สาย Live Stream และ ขายของออนไลน์ เน้นเสถียร ต่อเนื่อง
แม่ค้าออนไลน์หรือสตรีมเมอร์ที่ต้องไลฟ์ยาวๆ ขยับตัวหยิบของตลอดเวลา
สเปกที่ ต้องมี
- Battery Life แบตเตอรี่ต้องอึด ใช้งานต่อเนื่องได้เกิน 6 ชั่วโมง หรือที่สำคัญคือต้อง ชาร์จไปใช้ไปได้ จะได้ไม่จอดำกลางไลฟ์
- Signal Stability ในห้างหรือคอนโดที่สัญญาณ Wi-Fi ตีกันยับ ไมค์ต้องมีระบบ Frequency Hopping ที่เก่ง ไม่งั้นเสียงจะขาดๆ หายๆ
- Direct Digital Interface ควรเลือกไมค์ที่เสียบเข้าช่อง USB-C หรือ Lightning ของมือถือได้โดยตรง เพื่อให้ได้เสียงดิจิทัลที่ใสสะอาดกว่าการผ่านหัวแปลง
คำแนะนำ เลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับมือถือโดยเฉพาะ และกล่องชาร์จต้องเก็บไฟได้เยอะๆ
Scenario 3 สาย Production และ สัมภาษณ์ เน้นคุณภาพสูงสุด
สายโปรดักชัน งานสัมภาษณ์จริงจัง หรือหนังสั้นที่ต้องการไฟล์เสียงคุณภาพสูงไปทำ Post-Production ต่อ
สเปกที่ ต้องมี
- Dual Channel ต้องแยกแทร็กเสียงซ้าย-ขวาได้อิสระ เพื่อเอาไปปรับระดับเสียงแยกคนในห้องตัดต่อ
- 32-bit Float Recording นี่คือฟีเจอร์เปลี่ยนโลก มันช่วยให้บันทึกเสียงได้โดย ไม่แตก แม้แขกรับเชิญจะตะโกนหัวเราะ หรือกระซิบเบาๆ คุณก็สามารถดึงเสียงกลับมาได้หมด
- Range และ Latency ระยะส่งสัญญาณต้องไกลเกิน 100 เมตร เพื่อความชัวร์ และ Latency ต้องต่ำระดับโปร
คำแนะนำ รุ่นเรือธงอย่าง Saramonic Ultra คือคำตอบสำหรับสายนี้ เพราะให้ฟีเจอร์ระดับ Cinema Grade มาครบ
ตารางสรุป เปรียบเทียบสเปกไมค์ Saramonic ตามการใช้งาน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราสรุปมาให้แล้วว่างานแบบไหน ต้องโฟกัสสเปกอะไรเป็นพิเศษ
| ประเภทงาน | ฟีเจอร์เด่นที่ต้องดู | ค่าสเปกที่แนะนำ |
| Vlog Travel | AI ตัดเสียง ขนาดเล็ก | Latency น้อยกว่า 20ms |
| Live Stream | แบตอึด ต่อมือถือได้ | Battery มากกว่า 6 ชม |
| Pro Interview | 32-bit Float 2 ตัวส่ง | Range มากกว่า 100 เมตร |
คำถามที่พบบ่อย FAQ เกี่ยวกับไมค์ไวเลส
Q1 ทำไมไมค์ไร้สายถึงสัญญาณขาดหาย
ปัญหานี้มักเกิดจาก สิ่งกีดขวาง เช่น ร่างกายของเราบังตัวส่งสัญญาณ หรือกำแพงหนาๆ รวมถึงสัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์ 2 4GHz อื่นๆ แนะนำให้พยายามให้ตัวรับและตัวส่งมองเห็นกันตลอดเวลา Line of Sight จะช่วยได้เยอะค่ะ
Q2 ควรเลือกหัวต่อแบบ TRS หรือ USB-C Lightning
ถ้าใช้กับมือถือหรือแท็บเล็ต เชียร์ให้ใช้แบบดิจิทัล USB-C หรือ Lightning ค่ะ เพราะจะข้ามวงจรเสียงในมือถือที่คุณภาพอาจจะไม่ดีมาก ทำให้ได้เสียงที่ใสและ Noise ต่ำกว่าแบบหัวกลม TRS เดิมๆ
Q3 แก้เสียงเสื้อเสียดสี Rustle Noise ยังไง
เสียงกรอบแกรบจากเสื้อแก้ได้โดยการติดเทปด้านในเสื้อ หรือใช้ฟีเจอร์ Low-cut filter ตัดย่านเสียงต่ำที่ 80Hz หรือ 100Hz ทิ้งไป เสียงรบกวนจากการเสียดสีจะหายไปเยอะเลยค่ะ
บทสรุป
การเลือกไมค์ที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเลือกตัวที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกตัวที่ แมตช์ กับลักษณะงานของคุณที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย Vlog สาย Live หรือสาย Production การเข้าใจสเปกทั้ง 7 ข้อนี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้เฉียบขาดเหมือนมืออาชีพ
หากคุณกำลังมองหาไมค์คู่ใจตัวใหม่ อย่าลืมเข้าไปเช็กสเปกและดูรุ่นล่าสุดของ Saramonic เพื่อยกระดับงานวิดีโอของคุณให้ทั้งภาพสวยและเสียงดีจนคนดูไม่อยากกดออกค่ะ
อ้างอิงข้อมูลจาก SaramonicLavalier Mic Ultimate Buyer’s Guide: 7 Pro Specs Decoded






