Cinetreak CT-4

Cinetreak CT-4 การ์ดแคปเจอร์ 4K60 ที่ราคาคุ้มค่าแห่งปี 2026

Cinetreak CT-4 HDMI Video Capture Card คือ อุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครีเอเตอร์และสตูดิโอในปี 2026 สำหรับคนที่ต้องการประสิทธิภาพระดับสูง แต่ไม่อยากจ่ายแพงเกินความจำเป็นก็ต้องบอกเลยว่ามองข้ามตัวนี้ไม่ได้เด็ดขาด ด้วยความสามารถที่ใส่มาในตัวนี้ คือ การแคปเจอร์วิดีโอ 4K60 พร้อมกันถึง 4 ช่อง, รองรับ UVC แบบ Plug-and-Play, ได้ระบบเสียงระดับโปร มาด้วยดีไซน์กะทัดรัดในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ CT-4 กลายเป็นหนึ่งในการ์ดแคปเจอร์ 4K60 ที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดปัจจุบัน CT-4 มอบฟังก์ชันระดับมืออาชีพ เหมาะสำหรับงานไลฟ์หลายกล้อง งานโปรดักชันสด และวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แบบจริงจัง Cinetreak CT-4 มาพร้อม พอร์ต HDMI อินพุต 4 ช่องแยกอิสระ โดยแต่ละช่องรองรับวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ช่วยให้เชื่อมต่อกล้อง เกมคอนโซล หรือแหล่งสัญญาณวิดีโอหลายตัวได้พร้อมกัน เหมาะกับงานมัลติแคมแบบมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมี HDMI Loop-through Output สำหรับมอนิเตอร์ภาพแบบ Zero Latency ดูภาพได้แบบเรียลไทม์ ไม่มีดีเลย์ ซึ่งสำคัญมากสำหรับงานถ่ายทอดสดและบรอดแคสต์ HDMI Input 4 ช่อง…

Cinetreak C2S

Cinetreak C2S : สวิตเชอร์วิดีโอ All-in-One พร้อมจอในตัว รองรับ NDI ที่ได้ไปต่อในปี 2026

ในปี 2025 การไลฟ์สตรีม การประชุมแบบไฮบริด อีเวนต์ออนไลน์ และงานโปรดักชันหลายกล้อง ก็ต้องการอุปกรณ์ที่ กะทัดรัด ทรงพลัง และยืดหยุ่น  คนทำคอนเทนต์ ทีมโปรดักชัน ก็ไม่อยากที่จะต้องมาแบกแร็คสตูดิโอใหญ่ ๆเทอะทะ จะมองหาสวิตเชอร์แบบพกพา All-in-One ที่รองรับการทำงานระดับมืออาชีพได้ครบ ไม่ว่าจะเป็น NDI, การควบคุมกล้อง PTZ, การดู Multiview, การสตรีม RTMP คู่, การบันทึก, การเล่นไฟล์ย้อนกลับ รวมถึงการแสดงผลทั้งแนวนอนและแนวตั้ง และนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ Cinetreak C2S Video Switcher โดดเด่นในฐานะหนึ่งในสวิตเชอร์ที่ให้ฟีเจอร์ครบและคุ้มค่าที่สุดในปี 2025 และได้ไปต่อในปี 2026 เพราะมากับจอในตัวขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดสูง, รองรับ NDI (ออปชัน), การบันทึก H.264, เล่นไฟล์ได้ทันที, สตรีมพร้อมกัน 2 ช่องทาง และอินพุตแบบ Hybrid HDMI/SDI ถูกออกแบบมาสำหรับครีเอเตอร์ สตูดิโอ โบสถ์ สถาบันการศึกษา และทีม AV องค์กร ที่ต้องการพลังระดับมืออาชีพในอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด  สวิตเชอร์ระดับมืออาชีพขนาดกะทัดรัด พร้อมจอความละเอียดสูง 5.5 นิ้วในตัว หนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ Cinetreak C2S คือ จอแสดงผลในตัวขนาด 5.5 นิ้ว ซึ่งช่วยให้สามารถ: เหมาะมากในงานโปรดักชันเคลื่อนที่ ทีมงานภาคสนาม หรือห้องควบคุมขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด โครงสร้างอะลูมิเนียมอัลลอย และดีไซน์กะทัดรัดพิเศษ  Cinetreak C2S ใช้แผงตัวเครื่องอะลูมิเนียมที่แข็งแรง ทำให้ : ด้วยขนาดที่เล็ก ทำให้เหมาะกับชุดไลฟ์สตรีม การประชุมหลายกล้อง สตูดิโอขนาดเล็ก และงานถ่ายทำภาคสนาม อินพุตยืดหยุ่น : 4 HDMI หรือ 4 SDI – ผสมใช้งานได้ (เฉพาะรุ่น SDI) C2S รองรับรูปแบบอินพุตหลากหลายตามเวอร์ชัน: รองรับการใช้งานร่วมกับกล้อง DSLR, Mirrorless, กล้องวิดีโอระดับโปร, กล้อง PTZ, คอมพิวเตอร์ และเครื่องเล่นมีเดียได้อย่างลงตัว…

Cinetrek Stream 1

Cinetreak Stream 1 หมดเวลาลองผิดลองถูก เมื่อการไลฟ์ไม่ควรต้องลุ้นทุกครั้ง

ช่วงนี้ใคร ๆ ก็หันมาทำไลฟ์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะขายของ แคสเกมให้คนรู้จักตัวตนของเรา ตอนเริ่มใหม่ ๆ หลายคนก็คิดเหมือนกัน แค่เปิดกล้อง กด Live เดี๋ยวก็ได้เองแต่พอทำจริงเข้าไปเรื่อย ๆ อยากเพิ่มให้ดูมืออาชีพมากขึ้นโปรมากขึ้น และ อยากสะดวกสบาย ประหยัดเวลา เริ่มรู้เลยว่ามันได้ง่ายขนาดนั้น จะมีภาพกระตุกบ้างสลับกล้องไม่ทันบ้าง หรือบางทีก็ต้องลุ้นว่าไลฟ์จะรอดจนจบไหม ทั้งหมดนี้คือเรื่องที่คนทำไลฟ์น่าจะต้องเคยเจอกันมาบ้างแล้ว ไลฟ์ที่ภาพลื่น ๆ ดูเป็นมืออาชีพ ไม่ได้เกิดจากดวงหรือโชคช่วย แต่มาจาการคุมระบบให้มัน “อยู่หมัด” พอเริ่มมีกล้องหลายตัว มีหลายซีน หลายแหล่งส่งสัญญาณ ซอฟต์แวร์อย่างเดียวเริ่มเอาไม่อยู่ จุดนี้แหละที่หลายคนเริ่มรู้ตัวว่า ต้องมีตัวช่วยที่ออกแบบมาเพื่อการไลฟ์จริง ๆ วันนี้เราจะพาไปรู้จักตัวช่วยที่มาตอบโจทย์ สายไลฟ์ กับ Cinetreak Stream 1 กันค่ะ Cinetreak Stream 1: ตัวช่วยที่ทำให้การไลฟ์ง่ายขึ้นเยอะ ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงเจ้าตัว Cinetreak Stream 1 กันก่อน ด้วยความที่มันเป็นอุปกรณ์สลับสัญญาณวิดีโอขนาดเล็ก พกพาง่าย แต่ฟังก์ชันที่ให้มาไม่ได้เล็กตามตัวเลย จุดเด่นของมันคือการเป็นอุปกรณ์แบบ all-in-one ที่รวมทุกอย่างสำหรับการไลฟ์ไว้ในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นการรับภาพจากหลายกล้อง สลับซีน ใส่เอฟเฟกต์…

Cinetreak Mixer Plus

ตัวเล็ก…แต่เห็นหมดทุกกล้อง Cinetreak Mixer Plus กับจอ Multi View ในตัว

คนที่เคยทำไลฟ์หลายกล้อง หรือควบคุมงานโปรดักชันพร้อมกัน น่าจะเข้าใจดีว่าการต้อง ต่อมอนิเตอร์เพิ่มเพื่อดูภาพ มันทั้งกินพื้นที่ เสียเวลา และเพิ่มความวุ่นวายแค่ไหน แต่ Mixer Plus แก้จุดนี้ได้ตรง ๆ ด้วย หน้าจอ Multi View ในตัว ที่ช่วยให้มองเห็นทุกแหล่งสัญญาณพร้อมกันแบบเรียลไทม์ เห็นทุกกล้อง ทุกซอร์สในจอเดียว ทำให้การตัดสินใจสลับภาพแม่นขึ้น ลดความผิดพลาดระหว่างไลฟ์ และทำงานได้อย่างมั่นใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  และยิ่งเมื่อต้องออกกองนอกสถานที่ ทำงานในสตูดิโอขนาดเล็ก หรือพื้นที่จำกัด จะยิ่งสัมผัสได้เลยว่า Cinetreak Mixer Plus ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง ขนาดที่เล็กไม่ได้ทำให้ความเป็นมืออาชีพลดลง ตรงกันข้าม มันกลับกลายเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยให้การทำงานคล่องตัวขึ้น เซ็ตงานได้เร็วขึ้น และเปิดโอกาสให้เราโฟกัสกับสิ่งสำคัญที่สุดของงานไลฟ์ ก็คือ คุณภาพของภาพและประสบการณ์ที่ส่งต่อไปถึงผู้ชม  หน้าจอ Multi View ในตัว ตัวช่วยลดความผิดพลาดระหว่างไลฟ์ นี่เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่รู้สึกว่า “ช่วยชีวิต” มากที่สุด กับ หน้าจอ Multi View ในตัว เพราะในการทำไลฟ์จริง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สเปกไม่แรง แต่คือ สลับผิดกล้อง หรือปล่อยภาพที่ไม่ตั้งใจออกไป การที่ Mixer Plus แสดงทุกซอร์สพร้อมกันในจอเดียว ทำให้เราเห็นภาพรวมทั้งหมดตลอดเวลา รู้ทันทีว่ากล้องไหนพร้อม กล้องไหนยังไม่โอเค และช่วยให้การตัดสินใจสลับภาพแม่นยำขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาทำงานคนเดียวหรือทีมเล็ก PIP ที่ไม่ได้มีไว้แค่ “ซ้อนภาพ” แต่เอาไปใช้งานจริงได้ ฟังก์ชัน Picture-in-Picture (PIP) ของ Mixer Plus ไม่ได้เป็นแค่ลูกเล่น แต่เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้คอนเทนต์ดูโปรขึ้นทันที จากที่ลองใช้งาน จุดเด่นคือการ ปรับขนาดและตำแหน่งของภาพได้อย่างอิสระ ทำให้จัดเลย์เอาต์ได้ตามลักษณะงานจริง ถ้าใครยังนึกไม่ออก เรามีตัวอย่างสถานการณ์ที่ใช้ให้เห็นภาพแบบนี้เลยค่ะ เอฟเฟกต์ครบ ทรานซิชันให้เลือกถึง…

Nebula C4 Light Engine

Nebula C4 Light Engine นวัตกรรมแสงอัจฉริยะจาก Nanlite

Nanlite พัฒนา Nebula C4 Light Engine เพื่อตอบโจทย์การจัดแสงยุคใหม่ที่ต้องการ “ความแม่นยำระดับพิกเซล” ทั้งในด้านโทนสี ความสว่าง และความเสถียรในการใช้งานจริง Nebula C4 ไม่ใช่แค่หลอดไฟ แต่คือ “สมองของระบบแสง” ที่ควบคุมการทำงานของชิป LED RGB และ White Light ให้ผสมกันอย่างลงตัว ผลลัพธ์คือแสงที่สมดุลระหว่างความสว่างและความอ่อนโยน ให้สีสันสวยคมชัดโดยไม่หลอกตา ไม่ว่าจะใช้ถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอ หรือคอนเทนต์ออนไลน์ เทคโนโลยีนี้ยังถูกออกแบบในอุปกรณ์ตระกูล Nanlite ใช้มาตรฐานเดียวกัน ทำให้ไฟแต่ละรุ่นให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันจนแทบไม่ต้องปรับค่าใหม่ ทำไม Nanlite Pico ถึงให้แสงสวยแม่นยำกว่าไฟขนาดเล็กทั่วไป แม้จะมีขนาดเล็กเพียงฝ่ามือ แต่ Nanlite Pico ก็ซ่อนพลังของ Nebula C4 Light Engine เอาไว้อย่างเต็มที่ จุดเด่นของมันคือการให้สีที่เที่ยงตรงและมีมิติ เหมาะกับงานถ่ายโคลสอัปหรือคอนเทนต์ระยะใกล้ที่ต้องการแสงละเอียด โดยระบบนี้จะผสมแสงจากชิป RGB และ White Light เพื่อให้แสงขาวบริสุทธิ์ พร้อมสีสันที่นุ่มละมุนกว่าไฟทั่วไป ความเจ๋งที่หลายคนไม่รู้คือ Pico สามารถ “แชร์ค่าแสง” กับรุ่นอื่นในตระกูลเดียวกัน เช่น หากตั้งค่าสีแดง 40% ความเข้ม 60% ก็สามารถนำไปใช้กับ Wand หรือ Miro แล้วได้สีและความสว่างตรงกันทุกพิกเซล เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การทำงานต่อเนื่องเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย Nebula…

Nebula C8 Light Engine

Nebula C8 Light Engine

พาไปรู้จัก Nebula C8 Light Engine โดย NANLUX – ก้าวใหม่ของการควบคุมแสง Nebula C8 Light Engine นวัตกรรมล่าสุดจาก NANLUX ที่เขย่าวงการแสงสำหรับงานภาพยนตร์โดยเฉพาะ เปิดตัวในฐานะ Color Light Engine แบบ 8 สีรุ่นแรกของอุตสาหกรรม ซึ่งนับเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือควบคุมแสงและสีให้แม่นยำและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ในโลกของการผลิตภาพยนตร์ งานถ่ายทำ และงานสร้างสรรค์ด้านภาพ แสงไม่ใช่เพียงแค่การให้ความสว่าง แต่คือ “เครื่องมือ” ที่สร้างอารมณ์ บรรยากาศ และมิติใหม่ของการเล่าเรื่อง Nebula C8 Light Engine จึงไม่ใช่แค่ไฟส่องสว่างทั่วไป แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้สร้างสามารถควบคุมแสงและสีได้อย่างอิสระและแม่นยำในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างของ Nebula C8 Light Engine คือความสามารถในการให้แสงครบ 8 สีเต็มสเปกตรัม ซึ่งช่วยให้ภาพที่ได้ใกล้เคียงกับการมองเห็นของตามนุษย์มากที่สุด Nebula C8 ถูกออกแบบด้วย Eight-Color Light Engine ครอบคลุมสเปกตรัมแสงที่ตามนุษย์มองเห็นได้อย่างสมบูรณ์แบบ…